Skip to content

10 อันดับแรกของภัยคุกคามและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในไอที

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยของไอที ในปี 2023 การสำรวจทางโลกเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไอทีพบว่า 72% ของผู้ตอบระบุว่า บริษัทของตนได้รับการลักลอบจากการโจมตีทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Statista ยืนยันถึงความสำคัญของการควบคุมความปลอดภัยด้านไอทีอย่างมาก

องค์กรต้องระมัดระวังเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น ทีมไอทีจึงต้องใช้กลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ เพื่อให้องค์กรป้องกันตัวอย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ซุ่มซ่อนอยู่อย่างต่อเนื่อง

10 อันดับแรกของภัยคุกคามและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในไอที

ฟิชชิ่งเป็นวิธีการโจมตีทางสังคม ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามหลอกลวงผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดยการใช้อีเมล, ข้อความ, หรือเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนจริง

มาตรการป้องกัน ใช้ตัวกรองอีเมลเพื่อป้องกันการเข้าถึงอีเมลที่เป็นฟิชชิ่ง ฝึกอบรมพนักงานให้รู้จักการละเมิดและวิธีป้องกันฟิชชิ่ง ใช้การรับรองความถูกต้องแบบหลายปัจจัยเพื่อเสริมความปลอดภัย ใช้โซลูชันรักษาความปลอดภัยอีเมลเฉพาะที่ช่วยป้องกันอีเมลที่เป็นฟิชชิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. มัลแวร์ (ผู้บุกรุกที่เงียบนิ่ง)

มัลแวร์เป็นภัยคุกคามที่เร้าใจต่อความปลอดภัยของข้อมูล มันทำการแทรกซึมเข้าสู่ระบบผ่านไฟล์แนบในอีเมล การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ หรือเข้าชมเว็บไซต์ที่ดูเหมือนจะถูกต้อง มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญ ก่อความรำคาญในการดำเนินงาน หรือเข้าควบคุมระบบได้

มาตรการป้องกัน ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพ รักษาระบบปฏิบัติการอัพเดทเสมอและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ 1ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการระวังมัลแวร์และวิธีป้องกัน ติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์ที่สามารถตรวจจับและลบไวรัส, เวิร์ม, โทรจัน, แรนซัมแวร์, และสปายแวร์ได้

3. แรนซัมแวร์ (นักกรรโชกทรัพย์)

แรนซัมแวร์เป็นภัยคุกคามที่นำเข้ารหัสไฟล์และต้องการเงิน เพื่อให้ถอดรหัสและคืนข้อมูล การโจมตีแบบนี้มีการกระจายอย่างกว้างขวางมากขึ้น มีความซับซ้อนและผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น แรนซัมแวร์ที่รุนแรงแบบนี้สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ไฟล์ทั้งหมดถูกเข้ารหัสเป็นตัวประกันจนกว่าเหยื่อจะชำระเงิน

มาตรการป้องกัน สำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อรองรับการเสียหายจากแรนซัมแวร์ ใช้การป้องกันภัยคุกคามที่มีคุณภาพและขั้นสูง ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยไฟล์แนบในอีเมลที่ไม่คุ้นเคยหรือการคลิกลิงก์ที่อาจเสี่ยงได้

4. การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) แบบกระจาย

การโจมตี DDoS มุ่งเน้นทำให้บริการออนไลน์ ไม่สามารถใช้งานได้โดยการส่งข้อมูลมากจากหลายแหล่งพร้อมกัน เช่น บอตเน็ต

มาตรการป้องกัน การใช้บริการเครือข่ายการจัดส่งเนื้อหา (CDN) หรือบริการบรรเทาผลกระทบ DDoS เพื่อดูดซับและป้องกันการส่งข้อมูลที่มากเกินไป การอัปเดตระบบอย่างต่อเนื่องและการตรวจสอบกิจกรรมเครือข่ายเพื่อตรวจจับความผิดปกติ การป้องกันการโจมตี DDoS ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริการออนไลน์ของคุณสามารถดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัยโดยตลอดเวลา

5. การโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MitM)

เมื่อผู้โจมตีแทรกตัวเข้ามาระหว่างการสื่อสารของสองฝ่าย และทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ถูกส่งระหว่างนั้น การโจมตี MitM จึงเกิดขึ้น

มาตรการป้องกัน ทีมไอทีสามารถใช้การเข้ารหัสที่มั่นคงและใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัย เช่น HTTPS เพื่อป้องกันการโจมตี MitM นอกจากนี้การอัปเดตอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ด้วยแพทช์รักษาความปลอดภัยล่าสุด ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตี MitM อีกด้วย

6. ภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง (APT)

APT ย่อมาจากคำว่า Advanced Persistent Threat เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความลับและค่อนข้างซับซ้อน โจมตีนี้มักเป็นการแอบแฝงเข้าสู่ระบบและคงการเข้าถึงอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ตรวจพบได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้ระบบดิจิทัลตกอยู่ในอันตราย

มาตรการป้องกัน ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติ วิเคราะห์ข้อมูลและคำสั่ง APT อย่างระมัดระวัง ควบคุมการติดตามเซิร์ฟเวอร์เพื่อตรวจสอบการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีป้องกันที่แข็งแกร่ง เช่นไฟร์วอลล์, ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส, และการป้องกันข้อมูลสูญหาย (DLP) ส่งเสริมกรอบความคิดแบบ Zero-Trust เพื่อจำกัดการเข้าถึงระบบ

7. การแสวงหาผลประโยชน์แบบซีโรเดย์

แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่แบบ Zero-day เพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทันที ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การแสวงหาผลประโยชน์แบบนี้ทำให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงและเร่งด่วน อาชญากรไซเบอร์พยายามหาประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อโจมตีระบบและขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

การระบุตัวตนและการแก้ไขโดยทันที เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่ามีการป้องกันการโจมตีแบบซีโรเดย์อย่างเพียงพอ ด้วยการใช้มาตรการเชิงรุกและการลงทุนในโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง องค์กรต่างๆ จึงสามารถปรับปรุงกลไกการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ การเป็นไปได้ที่ดีคือการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบอย่างสม่ำเสมอและการอัปเดตโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ

8. ภัยคุกคามจากวงใน (อันตรายที่ไม่คาดคิด)

ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยคุกคามภายใน ไม่ว่าจะมาจากความไม่พอใจของพนักงาน ความประมาทเลินเล่อ หรือข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ล้วนก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญ องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการป้องกัน การใช้การควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวด การติดตามกิจกรรมของผู้ใช้อย่างใกล้ชิด และการจัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเป็นประจำสำหรับพนักงานทุกคน สามารถลดความเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากภายในได้อย่างมาก การป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและความเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง ในการปกป้องทรัพย์สินข้อมูลอันมีค่าของคุณ

9. การโจมตีแบบฉีด SQL

การโจมตีแบบฉีด SQL เป็นการลักลอบเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลจริงๆ โดยการแทรกคำสั่ง SQL ลงในช่องป้อนข้อมูล การโจมตีนี้เสี่ยงต่อความปลอดภัย เพราะอาจทำให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนถูกขโมยหรือแก้ไขได้

มาตรการป้องกัน การป้องกันการแทรก SQL ควรใช้แนวทางปฏิบัติการเขียนโค้ดที่ปลอดภัยและตรวจสอบช่องโหว่อย่างสม่ำเสมอ แอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลควรจัดลำดับความสำคัญของมาตรการรักษาความปลอดภัย และให้ความรู้ให้ผู้ใช้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การป้องกันการแทรก SQL เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางอย่างมั่นคง

10. การโจมตีด้วยสคริปต์ข้ามไซต์ (XSS)

การโจมตี XSS เป็นการแทรกสคริปต์ที่เป็นอันตรายลงในหน้าเว็บไซต์อย่างง่ายดาย ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ที่ไม่รู้ตัวตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การดูแลอินพุตของผู้ใช้บนเว็บแอปพลิเคชัน อาจไม่เพียงพอทำให้ผู้โจมตีสามารถแทรกสคริปต์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้รายอื่นๆ เสี่ยงต่อการโจมตี

มาตรการป้องกัน การป้องกันช่องโหว่ดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ ในการปกป้องความปลอดภัยออนไลน์ นักพัฒนาเว็บสามารถลดความเสี่ยงของการโจมตี XSS ได้โดยการจัดลำดับความสำคัญของการดูแลอินพุตของผู้ใช้อย่างเหมาะสม และทำให้ผู้ใช้ทุกคนได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน

สรุป

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัย 10 อันดับแรก ไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตามรายงาน State of Cybersecurity Resilience 2023 ของ Accenture การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้น ทำให้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งจำเป็นในกลยุทธ์ดิจิทัล

ดังนั้นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ทีมไอทีและทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสนับสนุนความยืดหยุ่นขององค์กรต่อการโจมตีทางไซเบอร์

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com
หน้าแรก
สมัคร
ทางเข้า
ติดต่อเรา
โปรโมชั่น